Tag Archives: ปลดล็อค

โค้ชวิธีคิด ปลดล็อคชีวิต พิชิตผลงาน โดย ศิริรัตน์ ศิริวรรณ

ปัจจุบัน ประเทศไทยมีโค้ชเพิ่มขึ้นจำนวนมาก โค้ชแต่ละท่านใช้กระบวนการและทักษะการโค้ชแตกต่างกัน องค์กรจำนวนไม่น้อยต่างเริ่มให้ความสำคัญกับการโค้ช และนำการโค้ชมาใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน โดบเฉพาะการพัฒนาผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารระดับกลาง รวมทั้ง Talent ขององค์กร

สำหรับผู้เขียน มีประสบการณ์การโค้ชให้แก่ผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารระดับกลาง และ Talent หลักการสำคัญที่ผู้เขียนใช้ในการโค้ชคือ การโค้ชที่มุ่งไปที่การพัฒนา ‘วิธีคิด’ ของโค้ชชี่ ช่วยให้สมองของโค้ชชี่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการสื่อสารที่ทำให้โค้ชชี่เกิดความไว้วางใจ ผู้เขียนจะนำเสนอตนเองในฐานะกัลยาณมิตร เพื่อนร่วมทาง ผู้ให้กำลังใจ ผู้สนับสนุน มีความเข้าอกเข้าใจให้เสมอ และรับฟังโค้ชชี่โดยไม่ตัดสินตัวตนของโค้ชชี่ ทำใหโค้ชชี่รู้สึกสบายใจ ไว้วางใจที่จะแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างเปิดกว้าง กล้าคิด กล้าริเริ่ม กล้าที่จะปลดปล่อยศักยภาพของตนเองออกมาอย่างมั่นใจ ปราศจากความวิตกกังวล ท่ามกลางบรรยากาศของความร่วมแรงร่วมใจ ไว้วางใจ โค้ชชี่จะเกิดการตื่นรู้ เข้าใจความจริงในแง่มุมต่างๆ ค้นพบบางอย่างเกี่ยวกับตนเอง มองโลกในแง่มุมที่แตกต่างไปจากเดิม ค้นพบเป้าหมาย และวิธีการจัดการกับสถานการณ์หรือวิธีที่จะบรรลุเป้าหมายนั้นด้วยตนเอง

สรุปแล้ว ในการโค้ช ผู้เขียนจะดำเนินการตามเส้นทางต่อไปนี้

– สอบถามใเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ ระบุ ‘ประเด็นปัญหา’ ให้ได้ อย่าปล่อยให้โค้ชชี่จมอยู่ในทะเลของ ‘รายละเอียด’ นานเกินไป

– จากประเด็นปัญหา ให้หันมาโค้ชวิธีคิด โดยตั้งคำถามเกี่ยวกับมุมมอง ความคิดเห็น อารมณ์ ความรู้สึกของโค้ชชี่ และบุคคลอื่นหรือฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

– ช่วงที่โค้ชชี่คิด ตอบคำถาม สมองจะเกิดการเชื่อมโยงข้อมูลเกิดความเข้าใจรู้แจ้งความจริง รวมถึงตระหนักในเป้าหมาย และค้นพบทางออกของปัญหาในที่สุด

– นำทางออกหรือวิธีดำเนินการ (Action) ไปปฏิบัติอย่างจริงจัง พฤติกรรมและผลการปฏิบัติงานจะค่อยๆพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ดังนั้น การโค้ชจึงเป็นรูปแบบหนึ่งของการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่โค้ชชี่ ‘ประสบการณ์ใหม่’ คือที่มาของ ‘วิธีคิดใหม่’ และ ‘พฤติกรรมใหม่’ อันนำไปสู่ ‘การพัฒนาผลการปฏิบัติงาน’

หนังสือการโค้ชเพื่อพัฒนาผลการปฏิบัติงานที่ียอดเยี่ยม

 

 

 

 

 

 

 

 

Advertisements

การโค้ชด้วยคำถามที่ทรงพลัง

ทักษะการตั้งคำถามถือเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการโค้ช คุณประโยชน์ของการตั้งคำถามที่ทรงพลังมีดังต่อไปนี้

1. ทำให้โค้ชได้รับข้อมูลที่ทรงคุณค่าจากโค้ชชี่ ซึ่งช่วยให้โค้ชมีความเข้าใจในตัวโค้ชชี่ และสถานการณ์ของโค้ชชี่ชัดเจนมากขึ้น

2. ช่วยกระตุ้นการใช้ความคิด และพัฒนาวิธีคิดของโค้ชชี่

3. ช่วยกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ หรือเปืดประตูไปสู่ความเป็นไปได้ และทางออกใหม่ๆ

4. ช่วยสร้างความไว้วางใจ และพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างโค้ชกับโค้ชชี่

5. ทำให้โค้ชชี่เกิดการตระหนักรู้ เข้าใจ ค้นพบ และเรียนรู้

6. ช่วยปลดล็อคโค้ชชี่ออกจากกับดักทางความคิดที่ถ่วงรั้งโค้ชชี่ไว้ไม่ให้ก้าวไปข้างหน้า

7. ก่อให้เกิดการกำหนดเป้าหมายที่สร้างแรงบันดาลใจ และวิธีดำเนินการที่ทำให้บรรลุเป้าหมายนั้น

แนวทางการตั้งคำถามในการโค้ช
แนวทางที่ 1: ตั้งคำถามโดยเน้นที่การทำความเข้าใจปัญหาและสาเหตุของปัญหา (เน้นอดีต)
แนวทางที่ 2: ตั้งคำถามโดยเน้นการแสวงหาวิธีการจัดการกับปัญหา (เน้นอนาคต)

พบกับประเภทและลักษณะของคำถามที่ใช้ในการโค้ชสำหรับแต่ละแนวทาง รวมถึงข้อดี ข้อด้อยของแต่ละแนวทางต่อไปในวันพรุ่งนี้นะคะ

พลังอำนาจของการตั้งคำถาม (The Power of Questioning) โดย ศิริรัตน์ ศิริวรรณ

คำถามนั้นสำคัญไฉน? นี่คือ คำถามแรกที่ดิฉันใช้ถามผู้เข้าอบรมในโปรแกรม The Power of Questioning เชื่อไหมคะว่า คำถามที่ทรงพลังนั้นสามารถตรึงผู้ฟังไว้ได้อยู่หมัด โดยไม่ใช้ ‘การบอก’ (Telling) แค่ตั้งคำถามเท่านั้น มีการบอกบ้างเพียงเล็กน้อยกรณีตอบคำถามของผู้เข้าอบรม บางสถานการณ์ ดิฉันจะใช้คำถามเป็นคำตอบกลับไป

ไม่น่าเชื่อใช่ไหมคะ แต่มันเป็นความจริงค่ะ ทำไมคำถามจึงทรงพลังมากขนาดนั้นคะ และทำไมการใช้คำถามจึงตรึงผู้ฟังไว้ได้…การศึกษาด้านสมองชี้ให้เห็นว่า สมองของคนเรามีส่วนที่เรียกว่า Prefrontal Cortex ที่ใช้ในการคิดและตัดสินใจ ซึ่งสมองส่วนนี้มีขนาดเล็กมาก การทำงานของสมองส่วนนี้ต้องใช้พลังงานมาก และจะทำงานได้ดีภายใต้สภาวะการณ์ที่เหมาะสม เช่น สภาวะที่ปราศจากความเครียด ความคับข้องใจ และความวิตกกังวล

การตั้งคำถามที่มีคุณภาพภายใต้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความไว้วางใจ ความรู้สึกปลอดภัยจะช่วยกระตุ้นให้สมองส่วนนี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ในการฝึกอบรม ดิฉันจะใช้ทักษะการถามประมาณ 80% ถ้าเป็นการโค้ช ดิฉันจะใช้ทักษะการถามเกือบ 100% และเชื่อไหมว่า ผลที่ได้น่าทึ่งมาก คำถามที่ดีทำให้ผู้เข้าอบรมและโค้ชชี่เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เกิดการตระหนักรู้ และพบคำตอบที่กำลังแสวงหาอยู่ด้วยตนเอง รวมถึงการเรียนรู้ การค้นพบความคิดใหม่ๆ

เราทุกคนจึงไม่ควรละเลยทักษะการตั้งคำถามอีกต่อไป ถ้าปราศจากการตั้งคำถามและความอยากรู้อยากเห็น โลกนี้ก็คงปราศจากสิ่งประดิษฐ์คิดค้น และนวัตกรรมใหม่ๆ ถ้าที่ปรึกษาไม่ตั้งคำถามลูกค้า ย่อมไม่สามารถเข้าใจสถานการณ์ ปัญหาของลูกค้า และไม่สามารถนำเสนอทางออกที่สอดคล้องกับสภาพการณ์ได้ ถ้าพนักงานขายตั้งคำถามไม่เป็น ก็ย่อมไม่อาจประสบความสำเร็จในการสร้างความสัมพันธ์ และเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า โค้ชที่ถามไม่เป็น ย่อมไม่อาจกระตุ้นให้โค้ชชี่เกิดความเข้าใจตนเอง และปลดปล่อยศักยภาพของตนเอง ผู้นำ ผู้บริหารที่ไม่ตั้งคำถาม ย่อมสูญเสียโอกาสในการใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ องค์กรย่อมไม่ได้รับการพัฒนา และปรับตัวไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง การตั้งคำถามที่ทรงพลังจะช่วยขับเคลื่อนชีวิตของเราให้ก้าวไปข้างหน้า คำถามช่วยปลดล็อคชีวิตเราได้ค่ะ

การที่เราไม่ตั้งคำถาม หรือตั้งคำถามที่ไม่ถูกต้องสร้างความสูญเสียมหาศาลที่ไม่อาจประเมินค่าได้ค่ะ ทั้งใน ชีวิตส่วนตัว การงาน สังคม และประเทศค่ะ ไม่มีคำถามที่ทรงพลัง ย่อมไม่มีคำตอบที่ทรงอำนาจ สมองของเราทุกคนมีความพร้อมที่จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพให้แก่เราอยู่แล้วค่ะ แค่เรารู้วิธีการให้อาหารสมอง สร้างบรรยากาศแห่งความไว้วางใจ มั่นคง ฝึกฝนทักษะการตั้งคำถามที่ทรงพลัง และฟังอย่างลึกซึ้ง แล้วเราจะได้เรียนรู้ว่าคำถามที่ทรงพลังสามารถจะเปลี่ยนชีวิตเราได้มากอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว